งานพิเศษของนักศึกษาที่เยอรมนี

Blog นี้ เขียนขึ้น เพราะมีน้องๆให้ไอเดียมาว่า ไปเรียนที่เยอรมันมีงานพิเศษทำเพื่อแบ่งเบาภาระพ่อแม่ในกรณีที่ไม่ได้ทุนเรียนหรือเปล่า  หรือบางคนทำงานแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเงินที่เก็บออมมาจะเพียงพอต่อการเรียนหรือเปล่า 

 
เพราะถึงมหาวิทยาลัยในเยอรมันจะมีค่าเทอมที่ถูกมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น  แต่ค่ากินอยู่ก็ไม่ถูกเท่าไรเช่นกัน 
 
และส่วนตัวเท่าที่คุยกับเพื่อนๆที่จบออสเตรเลีย อเมริกา  เก๋รู้สึกว่า งานพิเศษในเยอรมันหายากกว่าประเทศอื่นๆค่อนข้างมาก เช่น งานเป็นเด็กเสริพร้านอาหาร ก็ไม่ได้มีเยอะมากขนาดนั้น  ยกเว้นบางเมืองที่คนไทยอยู่เยอะๆ เช่น เบอร์ลิน มิวนิค เป็นต้น ยิ่งเมืองที่เก๋อยู่คือ เดรสเด็น มีร้านอาหารไทยอยู่ 2-3 ร้านมั้ง แล้วเจ้าของเป็นคนเวียดนามอีกต่างหาก 
 
 
Blog นี้ก็จะมาเล่าประสบการณ์ทำงานพิเศษซึ่งจะเป็นของเก๋บ้าง เพื่อนคนไทยด้วยกันบ้างนะคะ   

เรื่องที่เขียน เป็นความคิดเห็นของเก๋คนเดียวนะคะ ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับหลายๆท่านที่มีประสบการณ์ทำงานพิเศษในเยอรมันเยอะ  เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมของเมืองเดรสเดนที่ค่อนข้างสงบ และเป็นเมืองท่องเที่ยวมากกว่าเมืองเศรษฐกิจ เป็นต้น 
 
ก่อนอื่นขอพูดถึงกฏเกณฑ์การทำงานโดยใช้วีซ่านักเรียนนั้น  จะมีระเบียบการทำงานสำหรับนักเรียนต่างชาติตามกฏหมาย มีดังนี้
 
 
1. เวลาการทำงาน 
 
 
Smileyนักเรียนมหาวิทยาลัยสำหรับผู้ที่ได้วีซ่าเรียนอย่างน้อย 1-2 ปี ในเยอรมัน ซึ่งวีซ่าประเภทนี้สามารถทำงานได้ทั้งปีรวมแล้วไม่เกิน 90 วันหรือ 180 วัน (ครึ่งวัน) ต่อปี
 
 

 
ตัวอย่าง วีซ่าในพาสปอร์ตของเก๋เองค่ะ (รูปเอามาจาก blog เก่าค่ะ)
 
 
Smiley นักเรียนโรงเรียนภาษาซึ่งจะเป็นวีซ่า 3 เดือน, 6 เดือน ห้ามทำงานโดยเด็ดขาด
 

 
ตัวอย่าง วีซ่าในพาสปอร์ตของเก๋เองค่ะ(รูปเอามาจาก blog เก่าค่ะ)
 
Smiley การทำงานเป็นผู้ช่วยในมหาวิทยาลัย ที่เยอรมันเรียกกันว่า studentische Hilfskraft หรือHiwi เวลาที่ทำงาน Hiwi นี้จะไม่นำไปนับรวมกับ 90 วัน ซึ่งอันนี้เก๋เคยทำเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟัง
 
 
2. ค่าจ้าง 
 
 
- 5-10 ยูโรต่อชั่วโมงขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย และ รัฐที่อยู่   เก๋เคยทำประมาณ 6 ยูโร ต่อชั่วโมง ที่ TU Dresden (เมื่อประมาณปี 2004)
 
 
งานแรกที่ทำ
 
คือ งานเป็นผู้ช่วยในมหาวิทยาลัยของคณะที่เก๋เรียนอยู่ ทำอยู่ประมาณเดือนครึ่ง งานในมหาวิทยาลัยที่เยอรมันเรียกกันว่า “wissenschaftliche Hilfskraft” หรือ “studentische Hilfskraft” หรือเรียกย่อๆว่า “Hiwi อ่านว่า ฮี่วี่”  งานนี้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยเกือบทุกคนอยากจะได้งานพวกนี้ เพราะบางงานเป็นงานที่ทำกับคณะตัวเอง ซึ่งจะได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาทำ  และเป็นการสร้างความสนิทสนมกับโปรเฟสเซอร์ อาจารย์หรือนักวิจัยของที่คณะ ซึ่งจะปูทางไปสู่การทำ Thesis หรือ Research ต่อไปด้วย 5555 
 
ถ้าอยากได้งาน Hiwi นี้ต้องทำไง
 
1. เก่งโพดๆ เรียนเก่งสุดๆ ไม่รู้ว่ากินอะไรมา เก่งไปหมด บางคนเก่งเขียนโปรแกรมมากพูดไม่รู้เรื่อง แต่สั่งอะไรให้ทำอะไร หรือมีโจทย์ไรมา ท่านทำได้หมด อันนี้ชิงเทพมาเกิดแท้ๆเคยเจอนะคะ เก่งๆจริง 
 
2.ภาษาดีมาก  พูดเยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส มนุษย์สัมพันธ์ดี การงานพอใช้ได้ แต่ใช้ไรทำได้หมด
 
3. ใช้เส้น ความสนิทสนม กับอาจารย์หรือพี่ป.เอก แบบว่า แค่มองหน้า มองตาก็รู้ว่าเขาจะสั่งหรือให้ทำอะไร 
 
เก๋ไม่ได้เก่งมากเหมือนเทพ  ภาษาเยอรมันก็ไม่ได้ดีโพดๆ อยากได้งาน hiwi จะทำอย่างไร
 
เหมือนฟ้าบันดาล ชักนำให้เก๋มาเจอพี่คนที่เรียนปริญญาเอกที่เรียนคณะเดียวกันตอนแรก เก๋คิดมาตลอดว่าพี่เขาเป็นคนจีน แต่มีวันหนึ่ง .....
 
เก๋เข้าไปในช้อปเครื่องจักรของคณะ  แล้วพี่เขาก็ร่อนลงมา...วิ่งมานะแหล่ะ...แต่คืออยากให้เห็นภาพนิดนึงSmiley
 
ก็มาเจอะกันกัน ก็คุยกันเป็นภาษาเยอรมัน คุยไปได้สักพัก พี่เขาก็ถามว่าเราเป็นคนไทยใช่ไหม   จากนั้นก็ถึงบางอ้อ... เขาเป็นพี่คนไทยที่มาเรียนเยอรมันตั้งแต่ปริญญาตรีควบโทและต่อปริญญาเอกที่เยอรมันเลย  ภาษาเยอรมันอย่างเป๊ะ คล่อง เก่ง...แอบปลื้มมาก...ตอนนี้ก็ยังปลื้มอยู่...อิอิ  Smiley
 
คุยกัน ปรึกษางานกันสักพัก เข้ากันได้ พี่เขาก็เลยให้ไปช่วยงานในส่วนที่เป็นงานที่ต้องทำซ้ำหรือเป็นงานที่ต้องทำตัวอย่างต้นแบบ ซึ่งหลักการ ลักษณะงาน ตัวแปรต่างๆ ต้องออกมาจากไอเดียของพี่ปริญญาเอกและอาจารย์ แล้วพี่เขามาทำเป็นตัวอย่างๆให้ดูสักตัวอย่าง 2 ตัวอย่างแล้วให้เก๋ทำต่อ 
 
 

 (รูปเอามาจาก blog เก่าค่ะ)
 
งานที่เก๋ทำ จะคล้ายแบบนี้ แต่ตัวอย่างนี้ทำมาจากเครื่องจักร ตอนที่เก๋ทำจะเป็นเครื่องที่ Run ด้วยคน แต่ตัวอย่างที่ออกมาจะคล้ายกันแบบนี้ค่ะ เป็น composite ซึ่งทำมาจากเส้นใย carbon fiber, Aramid fiber และ glass fiber เส้นใหญ่ประมาณนิ้วก้อยได้ค่ะ  ซึ่งงานที่ออกมาจะไปเป็นส่วนประกอบของรถยนต์ยี่ห้อดังๆในเยอรมัน เช่น Benz BMW  Audi หรือเครื่องบิน air bus เป็นต้น ซึ่งมหาวิทยาลัยมีทำวิจัยส่วนประกอบบางส่วนให้ ซึ่งจะต้องมาหาพารามิเตอร์เกี่ยวกับแรงกระแทก แรงต้าน ฯลฯ 
 
ทำช่วงปิดเทอมค่ะ  แต่เปิดเทอมมาต้องเลิกไป เพราะเรียนหนัก และอาจารย์ที่ปรึกษานักเรียนทุน DAAD มาคุยกับโปรเฟสเซอร์ของพี่ป.เอกที่จ้างว่า ให้เลิกจ้างยัยเก๋ซะ เพราะต้องเรียนให้เกรดดีๆกว่านี้
 
จริงๆเรื่องนี้มันยาว  เกือบไม่ได้ตังค์ โชคยังดี มีคนรักคนเอ็นดูเยอะ เลยได้รอดมาได้ และได้ตังค์ด้วยค่ะ
 
SmileySmileySmileySmiley
 
 
 
งานที่ 2  
 
เป็นการฝึกงานค่ะ ประมาณ 2 เดือนครึ่ง ตอนแรกที่ฝึกงานกับโรงงานนี้ ทางโรงงานก็บอกว่า ไม่มีเบี้ยเลี้ยงให้นะ จะฝึกหรือไม่ฝึกก็ได้ แต่เก๋ก็ฝึกค่ะ  
 
บางคนบอกว่า “อ้าว ไม่ได้ตังค์อ่ะ” ใจร่มๆค่ะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง ว่าทำงานยังไงถึงได้ตังค์ งานนี้เป็นการฝึกงานในสายที่เก๋ทำอยู่  โรงงานก็ตั้งอยู่ที่เดรสเดนนั่นแหละ  ตอนนั้นเก๋ขี้เกียจไปฝึกงานที่อื่น เพราะเวลาฝึกประมาณ 2 ½ เดือน แล้วถ้าไปเมืองอื่นคือ ต้องหาที่พักใหม่ เรื่องของการเดินทางอีก  เก๋ก็เลยฝึกที่นี่ โดยโปรเฟสเซอร์แนะนำให้ 
 
ตอนที่ไปฝึกงาน เราก็ทำงานเต็มที่ ไปก่อนเวลา กลับตามเวลา 555 คือคนเยอรมันจะตรงเวลามาก เราก็ตามเขา   เก๋ฝึกงานในโรงฟอกย้อมตกแต่งสำเร็จสิ่งทอ ซึ่งต้องมีการย้อมสี ตกแต่งสำเร็จผ้าให้มีคุณสมบัติต่างๆ  ทุกวันต้องย้อมสีผ้า ชั่งสารเคมี ตัดผ้า ตรวจผ้า เช็คคุณสมบัติสารเคมีทุกตัวที่เข้ามา  กรด ด่าง สีย้อม R&D  สารช่วยต่างๆ (Auxiliaries)   เซ็ตระบบคอมพิวเตอร์ ทำรายงาน ทำสต๊อคสารเคมี ฯลฯ คืองานกรรมกรมาก ทำทุกอย่าง  
 
 
ตอนกลางวันทานข้าวกับหัวหน้างานและผู้ช่วยก็ห่อข้าวบ้าง ขนมปังบ้าง ถ้าเราทำอาหารไทยไป ก็จะทำไปเผื่อให้เขาทานด้วย  เช่น ผัดผัก ผัดกระเพรา ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน ฯลฯ (ณ จุดนี้ขอบคุณพริกแกงโลโบ้มาก  Smiley) เพราะว่าส่วนใหญ่เขาแค่อยากลองว่าอาหารไทยเป็นไงส่วนใหญ่จะบอกว่า อร่อย 555
 
 
 
พอทานเสร็จ เราก็จะอาสาล้างจานชาม แก้วน้ำให้  ตอนนั้นเป็นเด็กดีมาก  คือ เก๋คิดว่าภาษาตัวเองไม่ค่อยดีไง เลยต้องกะเอาคะแนนจิตพิศัยเข้าช่วย  ทำอย่างนี้ทุกวัน เป็นสาวฉันทนามาก ไม่มีวันไหนที่สวยเล้ย  มือแขนเปื้อนสีและเคมีจนลอก ช่วงนั้นหน้าหนาวด้วย 
 
 
แต่หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานดีมาก  พาไปเที่ยว ไปทานข้าวที่บ้าน ไปไหนก็มีขนมมาฝาก เทศกาลอีสเตอร์ก็หลอกเราไปเก็บไข่ที่บ้านเขา ผลัดกันไปเก็บไข่ 3-4 บ้าน
 
วันสุดท้าย หัวหน้าบอกว่า ไอมีของขวัญจะให้ยูแหละ   คือที่ฝึกงานมาเนี่ย คือจะให้เบี้ยเลี้ยง  เก๋ได้มาเกือบ 400 ยูโรมั้ง แต่ว่าไม่ได้เกิน 400 ยูโร เพราะว่า ต้องไปทำเรื่องเสียภาษีอีก เขาก็เลยถามว่าโอเคไหม เก๋ก็โอเคไม่ปัญหา เพราะไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อยู่แล้ว ที่ได้นี่ก็ถือว่าเซอร์ไพรส์มากมาย แถมได้ทำโปรเจ็คทีสิทที่นี่ด้วย หัวหน้าไปชมให้โปรเฟสเซอร์ที่ฝากมาฝึกงานให้ฟังอีก 
 
 
สุดท้าย หัวหน้าถามว่ามีเพื่อนไหมจะจ้างเพื่อนมาทำงานพิเศษที่นี่ เก๋ก็เลยไปชวนเพื่อนมาทำงานพิเศษที่นี่อีกคน เพื่อนทำเกือบครึ่งปีมั้งก่อนจะเลิกไป เพราะเรียนหนัก ส่วนเก๋ไม่ได้ทำต่อ เพราะเรียนหนัก และต้องทำทีสิทต่อด้วย
 
 
ส่วนใหญ่เก๋จะทำงานพิเศษในช่วงปิดเทอมหน้าหนาว  หน้าร้อนจะเที่ยว ส่วนในเวลาเรียนจะไม่ทำงานพิเศษเลยค่ะ เพราะต้องเรียนหนัก ทบทวนภาษาเยอรมัน เก๋เรียนหลักสูตรภาษาเยอรมัน เป็นวิศวกรรมศาสตร์ แล้วก็ไม่ใช่คนที่เก่งมาก  เลยต้องตั้งใจมากเป็นพิเศษค่ะ 
 
 
ประสบการอื่นๆจากเพื่อนๆที่เรียนที่เยอรมันด้วยกัน เช่น 
 
Smileyพี่คนหนึ่งมาเรียนปริญญาเอกและมีภรรยามาด้วย  เพื่อนร่วมงานที่เป็นคนเยอรมันของพี่คนนี้ก็จ้างภรรยาของพี่ปริญญาเอกไปทำความสะอาดบ้านอาทิตย์ละครั้ง แล้วจ่ายเงินเป็นรายเดือนเป็นต้น
 
Smileyเพื่อนคนบังคลาเทศทำงานในร้านอาหารอินเดีย ร้านเคบัพ บ้าง  เป็นเด็กเสริฟบ้าง กุ๊กบ้างว่างๆ เขาก็หิ้วเคบัพมาให้เก๋กิน  
 
Smileyส่วนเพื่อนคนไทยอีกคนทำงานในร้านอาหารญี่ปุ่น  ทำความสะอาดร้าน เสริฟซูชิ ทำซูชิบ้างวันไหนทำรายงานกันดึกๆเราก็จะรอกินซูชิกัน เพราะที่เยอรมันห้ามเอาอาหารค้างคืนมาขายอีกวันไหนขายดีมากก็อดไป ตอนนี้เพื่อนคนนี้จบโทไฟฟ้าที่ TU Dresden แล้ว ทำงานที่ Infineon(ถ้าจำไม่ผิด) ขยันมาก เงินเดือนเป็นแสน วันไหนใครไม่อยากเข้ากะ เธอเหมาหมด ยิ่งกะกลางคืนยิ่งชอบ เธอบอกเงินดีมาก   
 
Smiley นวดแผนไทย อันนี้เพื่อนทำได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ส่งกลับมาให้พ่อแม่ที่เมืองไทยอีก  เพื่อนคนนี้สู้ชีวิตจริงๆ  แต่รายละเอียดลึกๆไม่รู้ว่า ติดต่อยังไง ทำไง  ส่วนตัวเก๋ไม่กล้าทำค่ะตอนนั้น ยังวัยใส ไร้เดียงสาอยู่  Smiley
 
Smileyงานอื่นๆ เช่น ดูแลสัตว์เลี้ยงช่วงวันหยุด พิมพ์รายงาน ทำอาหารในโอกาสพิเศษ   ขายของ ตลาดนัด  เป็นต้น
 
งานที่จ้างตรงโดยไม่ผ่านระบบทางราชการ งานเหล่านี้ถือว่าเป็นงานที่ไม่ถูกกฎหมาย หรือภาษาเยอรมันเรียกว่า Schwarzarbeit ซึ่งเก๋ไม่เคยทำนะคะ แต่เห็นเพื่อนต่างชาติบางคนไปทำแล้วทางผู้ว่าจ้างจ่ายเงินเป็นเงินสด ซึ่งจะจ่ายเมื่อทำงานเสร็จ หรือเป็นรายเดือนก็ว่าไป ขึ้นอยู่กับความไว้เนื้อเชื่อใจ หรือความสนิทกัน  แต่งานแบบนี้ถ้าโดนจับได้ นักเรียนจะโดยปรับ และผู้ว่าจ้างก็จะโดนปรับด้วย เป็นเงินค่อนข้างสูงมาก  และสุ่มเสี่ยงต่อการไม่ได้ต่อวีซ่าด้วยค่ะ
 
โดยส่วนตัวเก๋ไม่เคยทำงานที่ไม่ถูกกฏหมาย เพราะรับทุน DAAD มา และค่าใช้จ่ายที่ได้ก็เพียงพอต่อการเรียน กินอยู่อย่างพอเพียง และถ้าประหยัดก็มีเหลือไปเที่ยวหาประสบการณ์ชีวิตได้
 
อีกอย่างเก๋ไม่อยากสร้างปัญหาให้กับโปรเฟสเซอร์ที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติด้วยค่ะ   ซึ่งถ้ามีปัญหา ไม่แน่ใจว่าจะโดนเรื่องตัดทุน หรือ ส่งกลับ อะไรหรือเปล่า เลยไม่อยากเสี่ยงกับปัญหาตรงนี้
 
ก็คร่าวๆค่ะ เป็นไอเดียให้น้องๆคนไหนที่ไปเรียนต่อที่เยอรมันค่ะ
 
พูดคุยกันได้ทึ่
 
 
............
ปล.บทความนี้เก๋เคยเขียนไว้ที่  เรียมเจ้าขา blog ของ Bloggang พันทิบ ก่อนจะยกเอาทั้งหมดมารวมกันที่นี่ค่ะ
 
Visitors: 31,122