ทุนเรียนฟรีที่เยอรมนี

ทุนที่ให้เรียนปริญญาโท ปริญญาเอก หลักล้าน และไม่มีข้อผูกพัน สำหรับนักเรียนไทยที่สนใจไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี นั่นก็คือ ทุน DAAD หรือ ทุน DeutscherAkademischer Austausch Dienst ที่เป็นภาษาเยอรมันหรือเราจะเรียกในภาษาอังกฤษว่า GermanAcademic Exchange Service มีอะไรบ้าง

 

วันนี้พี่เก๋มาเล่าให้ฟังนะคะโดยเนื้อหาทั้งหมดจะเอามา จาก www.daad.de  และ http://www.daad.or.th/  ผสมกับการพูดคุยกับอาจารย์แนะแนวที่เยอรมันที่พิจารณาเรื่องทุน DAAD ให้กับนักศึกษาต่างชาติ บวกกับประสบการณ์ของตัวเองบ้างและของเพื่อนๆบ้าง

 

 จริงๆมีเล่าให้ฟังประสบการณ์ของตัวเองแล้ว  แต่ ตอนนี้ที่เขียนคืออยากจะอ้างอิงให้ตรงกับแนวของ DAAD นิดนึงเพื่อให้น้องๆรุ่นใหม่ที่จะขอทุนได้รู้แนวทางที่ถูกต้องไม่ใช่แนวทางลูกทุ่งแบบของพี่เก๋เพียงอย่างเดียว

 

เมื่อก่อนพี่เก๋มีที่ปรึกษาคนหนึ่ง  เขาส่งแต่ linkภาษาอังกฤษมาให้อย่างเดียว แล้วเขียนแนะนำแค่ 3-4 บรรทัดบอกให้เราไปอ่านที่ลิงค์นี้ เพราะน่าจะมีประโยชน์ เราก็ต้องไปอ่าน ไปแปลเอง กว่าจะรู้เรื่อง แต่ก็คุ้ม เพราะได้ทุนไปเรียนเยอรมัน 2 ปีกว่า

 

พี่ก็จะดำเนินรอยตามคือ แบ่งปันคนอื่นๆเหมือนกันโดยจะเรียบเรียงมาเป็นภาษาไทยแค่เบื้องต้น เผื่อสำหรับน้องๆที่ยังภาษาอังกฤษหรือเยอรมันยังไม่แข็งแรงมาก แต่มีความฝันอยากเรียน อยากได้ ทุน อยากเรียนนอก จะได้เป็นข้อมูลเบื้องต้นและแรงบันดาลใจเพื่อเตรียมตัวค่ะ แต่อาจจะเรียบเรียงแค่เท่าที่เขียนนี้นะคะ

 

แล้วจะใส่ linkไว้ให้ไปหาอ่านต่อเอง  ถ้าหลังไมค์มาหรืออีเมล์มาอะไรที่ตอบได้จะตอบอะไรที่มีข้อมูลเป็น link ภาษาอังกฤษ อยู่แล้วก็จะส่ง linkให้ค่ะ พยายามด้วยตัวเองซะ ตั้งแต่ตอนนี้ จะได้สบายในภายหลังค่ะ ทุนที่จะเล่าให้ฟังตามที่จั่วหัวไว้ คือ

 

ทุน Development-RelatedPostgraduate Courses (Postgraduate Courses for Professionals withRelevance to Developing Countries) 

 

ทุนนี้เป็นทุนที่พี่เก๋เคยได้ โดยเป็นทุนหลักสูตรปริญญาโท สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา(ประเทศไทยก็ยังอยู่ในขอบเขตของคำนี้อยู่นะคะ ^__^)  โดยผู้ที่สมัครส่วนใหญ่จะต้องกำลังทำงานในสายงานที่มาจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนก็ได้ค่ะ หลักสูตรจะมีทั้งภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษ

 

ระยะในการให้ทุน

 

  • 12-24 เดือน สำหรับปริญญาโท
  • 36 เดือนสำหรับปริญญาเอก Agricultural Management,Industrial, Mathematics and ZEF Doctoral Studies Program

 

ทุนที่จะได้

  • โดยทุนที่จะให้ต่อ เดือน 750 ยูโรซึ่งรวมถึงค่าประกันสุขภาพด้วย
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ
  • ค่าวิจัย
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับครอบครัวที่ตามไปอยู่ด้วย
  • อื่นๆ เช่น สัมนา อบรม ซึ่งเป็น กรณีๆไป
 

ทุนนี้ส่วนใหญ่จะพิจารณาให้ผู้ที่จบการศึกษาปริญญาตรีและมีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย2 ปีในสายงานที่สมัครส่วนปริญญาเอก จะได้มากกว่านี้ค่ะ 

 

คุณสมบัติของผู้สมัคร

  •  สมัครจะต้องอยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา(รวมประเทศไทยด้วยค่ะ) สำเร็จปริญญาตรี บางมหาวิทยาลัยจะกำหนดอายุด้วยค่ะว่าไม่เกินเท่าไร(เท่าที่พี่เก๋เห็นส่วนใหญ่จะให้ไม่เกิน 36 ปี จนถึงวันที่สมัครค่ะ)

 

  •  บางสาขาที่สมัครอาจจะกำหนดความสามารถทางด้านวิชาการและการผ่านงานมาด้วย และลักษณะงานด้วย เช่น คณะที่พี่เก๋ได้ทุนไปเรียนต้องผ่านการทำงานมาอย่างน้อย 2 ปีในสาขาที่เรียนค่ะ

 

  •  บางมหาวิทยาลัยอาจจะพิจารณาผู้ที่สมัครที่มาจากภาครัฐก่อนหรือบางที่อาจจะพิจารณาผู้ที่มาจากภาคเอกชนก่อน ไม่แน่นอนค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะดูคุณสมบัติหลักๆว่าเกี่ยวข้องกับสายที่เรียนหรือเปล่างานที่เคยทำมาเกี่ยวข้องโดยตรงกับปริญญาโทที่สมัครเรียนและมีแนวโน้มว่าจะจบแน่นอน แต่ถ้าสมัครผ่าน DAADเมืองไทยน่าจะพิจารณาผู้ที่สมัครที่มาจากภาครัฐรัฐวิสาหกิจสถาบันการศึกษา หรือบริษัทเอกชนที่มีความเกี่ยวข้องหรือโปรเจคเกี่ยวกับภาครัฐก่อนเพราะมั่นใจว่าจะกลับมาประเทศไทยและได้นำความรู้มาพัฒนาประเทศแน่นอน

 

  •   สำหรับผู้สมัครที่เรียนและได้เข้าไปเรียนแล้วเกินเวลาที่กำหนด 12-24 เดือนสามารถยืดเวลาได้อีก มากสุด 6เดือน โดย DAAD จะจ่ายให้ในเวลาที่เกินประมาณ 25 %  อันนี้เห็นเพื่อนบังคลาเทศขอยืดเวลาโดยให้เหตุผลว่า งานวิจัยที่ทำยังไม่เสร็จ 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาเซ็นเอกสารรับรองและเขียนเหตุผลว่าทำไมถึงยังไม่เสร็จทำไมถึงควรให้ยืดเวลาได้ด้วยค่ะ  แต่ประเภทขี้เกียจทำงานวิจัย ไม่ค่อยไปเรียน แล้วไม่จบในเวลาที่กำหนด ก็ไม่มีอาจารย์ท่านไหนเขาเซ็นให้ค่ะเสียเครดิตเขา ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องจ่ายตังค์เองค่ะ 
 
  • แล้วก็ผู้สมัครที่เคยอาศัยอยู่ในเยอรมันมากนานกว่า1 ปี ขณะที่สมัคร จะไม่ได้รับการพิจารณา

 

ความสามารถด้านภาษา

 

  • ถ้าเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษต้องผ่าน IELTS หรือ TOEFL (IELTS (Band6)certificate orTOEFL (minimum score: 550 paper based, 213 computerbased, 80internet based) for postgraduate
 
  • ถ้าเป็นหลักสูตรภาษาเยอรมัน ต้องผ่าน DSH หรือTestDaf หรือผ่านการเรียนภาษาเยอรมันระดับ A2 หรือ B1
 
  • แต่ถ้ายังไม่ผ่านในระดับต่างๆ ทาง DAAD จะมีทุนให้ไปเรียนภาษาเยอรมันเต็มเวลาในสถาบันสอนภาษาของมหาวิทยาลัยหรือเกอเธ่ที่เยอรมัน เป็นเวลา 6 เดือนและหลังจากนั้นต้องสอบ DSHให้ผ่านก่อนเข้ามหาวิทยาลัย หรือ ภายใน 1 ปีหลังจากเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้ว

(แต่ถ้าไม่ได้ภาษาอะไรเลย การผ่านการพิจารณารอบแรกก็อาจจะยากนะคะดังนั้นใครอยากเรียนที่เยอรมันจริงๆก็ไปลงเรียนภาษาเยอรมันหรือสอบภาษาอังกฤษให้ได้คะแนนดีๆหน่อย ก็จะมีภาษีกว่าคนอื่นๆและมีแนวโน้มว่าจะจบได้นะคะ)

 

Deadlineการส่งใบสมัครทุน

  •  31 กรกฏาคม  ที่ DAAD DAAD-Information Centre or German Embassy ประเทศไทย
  • 31 สิงหาคม  ที่ DAAD เมือง Bonn ประเทศเยอรมัน
  • 31 ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัยที่เยอรมันที่ต้องการจะสมัคร

 บางมหาวิทยาลัย ทาง DAAD ก็ไม่ได้มีทุนสนับสนุนให้ ดังนั้น เพื่อความชัวร์เข้าไปดูคอร์สและมหาวิทยาลัย ที่ทาง DAAD ให้ทุน  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าสนใจมหาวิทยาลัยไหนก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดในเวปไซต์ของมหาวิทยาลัยนั้นก่อนค่ะอาจจะมีทุนอื่นๆสนับสนุนอีกก็ได้ค่ะ 

 

Reference :

https://www.daad.de/entwicklung/studierende_und_alumni/bildung_postgradual/ast/08492.en.html

http://www.daad.or.th/en/20707/index.html

https://www.daad.de/entwicklung/studierende_und_alumni/bildung_postgradual/ast/08492.en.html

http://tu-dresden.de/die_tu_dresden/fakultaeten/fakultaet_maschinenwesen/itm/studium/stipendien/index_html

https://www.daad.de/imperia/md/content/entwicklung/hochschulen/ast/brosch__re_2014-15_web.pdf

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=functionaltextiles&month=04-2013&date=05&group=34&gblog=19

 

...................................

ปล.บทความนี้เก๋เคยเขียนไว้ที่  เรียมเจ้าขา blog ของ Bloggang พันทิบ ก่อนจะยกเอาทั้งหมดมารวมกันที่นี่ค่ะ

 
Visitors: 32,209