ภาษาเยอรมันง่ายนิดเดียว ที่เกอเธ่

ถ้าถามเก๋ว่าภาษาเยอรมันยากหรือง่าย  ในความคิดของเก๋คือ “ง่ายนิดเดียว  ที่เหลือยากมาก”
ไม่ได้พูดให้หวั่นเกรงนะคะ แต่มันยากจริงๆ หุหุ
 
แต่ก่อนที่เราจะไปเรียนหลักสูตรต่างๆที่เยอรมนีนั้น สิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ในการ
รับสมัครนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยต่างๆของเยอรมนีที่เปิดหลักสูตรเป็นภาษา
เยอรมันคือ “ต้องผ่านการเรียนภาษาเยอรมันมาแล้ว”  ส่วนระดับที่กำหนด ก็ขึ้นอยู่กับความ
เข้มข้นของมหาวิทยาลัยนั้น  หรือแม้แต่ทุน DAAD เอง ก็มีข้อกำหนดในการรับสมัครผู้รับทุน
ว่าต้องผ่านการเรียนภาษาเยอรมัน
 
ยกตัวอย่างคณะของเก๋ที่รับสมัครอยู่ขณะนี้ก็ต้องผ่าน ความสามารถทางภาษาเยอรมัน ระดับ
ประกาศนียบัตร DSH 1 หรือสอบผ่าน Test DaF3  หรือผ่านการเรียนภาษาเยอรมันในระดับ 
B1 ตามที่เคยเขียนไว้ที่ Blog  เรียนสิ่งทอฟรีที่เยอรมนี  
 
 
แต่จะบอกว่า” ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”  ในที่สุดเก๋ก็สามารถฝ่าฟันเรื่อง
ภาษามาได้ จนเรียนจบ แม้จะไม่ได้เป็นนักศึกษาเกียรตินิยม หรือเก่งมาก ก็สามารถเอาตัวรอด 
และเรียนจบมาทำงาน และหาเลี้ยงพ่อแม่และครอบครัวได้ค่ะ  
 
Blog นี้จะมาเล่าประสบการณ์ที่เก๋เคยเรียนภาษาเยอรมันมา 

เก๋เรียนที่สถาบันสอนภาษาเยอรมันเกอเธ่ ที่สาธร เมืองไทย มา 3 คอร์ส ตอน 2 คอร์สแรกเรียนวันอาทิตย์วันเดียว เพราะตอนนั้นทำงานอยู่ที่ระยอง เป็นวิศวกรวิจัยพัฒนาทำงานถึงวันเสาร์เย็น ตอนเย็นวันเสาร์ก็ติดรถโรงงานมาพักกับน้อง วันอาทิตย์ก็ไปเรียนคอร์สเช้า พอบ่ายก็กลับมาระยอง วันจันทร์ทำงานต่อ เป็นอย่างนี้ประมาณ 3-4 เดือน เหนื่อยค่ะ

 

แต่ตอนนั้นยังสาวอยู่ และมีเป้าหมายในชีวิต ก็เลยมีแรงทำ ตอนนี้ก็ยังไม่แก่นะ แต่พูดให้เห็นภาพเฉยๆ 555  คอร์สเรียนเริ่มต้น ตอนนั้นเรียกกับเพื่อนๆว่า ‘’ชั้น First class’’ 555

 

อาจารย์ผู้สอนจะเป็นคนไทย ซึ่งการเรียนก็จะมีทั้ง พูด-ฟัง-อ่าน-เขียน-ไวยกรณ์ ครบหมด เรียนเสร็จก็จะมีการบ้าน อาทิตย์ต่อไปก็ต้องมาส่ง และต้องทวนด้วย ใครไม่ทบทวนมา ตอบคำถามไม่ได้ พูดไม่ได้ ก็อายเพื่อน 

 

ซึ่งเก๋ก็ไม่ค่อยได้ทำการบ้านประจำเพราะวันธรรมดาก็งานเยอะ (ตอนนี้มองย้อนกลับ นั่นคือข้ออ้างที่เกือบฉุดชีวิตไม่ให้ได้ทุน) เพราะไม่ค่อยมีเวลาอ่านทวน หลังๆก็ไม่ค่อยอายแล้วค่ะ เพราะรู้จักสนิทกับทุกคน 5555

 

พูดถึง Goethe Institute (สถาบันเกอร์เธ่) เป็นสถาบันสอนภาษาเยอรมันที่ได้รับการยอมรับจากสถานฑูตเยอรมนี ถ้าเราไม่ได้เป็นนักศึกษาที่เรียนเอกภาษาเยอรมันมา จะต้องมาเรียนหรือสมัครสอบเพื่อวัดระดับภาษาเยอรมันที่ Goethe Institute นี้เพื่อขอใบรับรองในการขอวีซ่า ในกรณีที่ต้องจะไปศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาในเยอรมนีที่มีหลักสูตรเป็นภาษาเยอรมัน

 

หลักสูตร

หลักสูตร ของ Goethe Institute มีหลายหลักสูตร เช่น


• หลักสูตรธรรมดา
• ชั้นเรียนเร่งรัด
• หลักสูตรเตรียมสอบ TestDaF สำหรับเข้ามหาวิทยาลัย
• หลักสูตรพิเศษรายบุคคล เป็นต้น

 

สิ่งอำนวยความสะดวกมีอะไรบ้าง

 

ต้องบอกว่าเยอะมาก ข้อดีมากๆของสถาบันสอนภาษาเยอรมันเกอเธ่ คือ สิ่งสร้างเสริมการเรียนรู้พรั่งพร้อมมาก ทั้งห้องสมุดและศูนย์สารสนเทศ และกิจกรรมต่างๆห้องสมุด ห้องสมุดของเกอเธ่ทุกสาขา จะมีหนังสือสารพัด ตั้งแต่หนังสือเรียน หนังสือ สารคดี นิยาย หนังสือเด็ก เป็นต้น

ศูนย์สารสนเทศ จะมีบริการซีดีเสียง ภาพยนต์ หนังสือเสียง

กิจกรรมร่วมกลุ่มต่างๆ เช่น stammtisch ซึ่งเป็นการนัดออกไปทานข้าวกับกลุ่มนักศึกษาเยอรมัน การไปทัศนศึกษาแบบไปเช้าเย็นกลับ ไปเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวเยอรมัน เช่นเข้าชมโอเปร่า ดูคอนเสิร์ต เข้าโบสถ์ เป็นต้น


เรียนยังไงให้ทั้งวิชาการ วิชาชีวิต

ตอนที่พี่เก๋เรียนที่เกอเธ่ที่เดรสเดน ทางโรงเรียนก็มีบัตรเข้าดูโอเปร่าราคานักเรียนก็ประมาณ 5-10 ยูโร แต่ว่าที่นั่งก็อาจจะหลังๆหน่อย ถ้าอยากไปนั่งหน้าๆก็ต้องนั่งตรงทางเดิน และวงโอเปร่าที่มาจัดก็อาจจะไม่ใช่วงที่ดังมาก เพราะถ้าดังมาก ตั๋วก็จะไม่มีเหลือมา หรือบางครั้งก็ฟรี แต่จัดที่โบสถ์ เป็นต้น

 

ส่วนตัวชอบดูโอเปร่ามาก คือ มันได้อารมณ์บาดลึก เสียงทุ้มก้องกังวาล หรือแหลมบางเหมือนแก้ว  จังหวะ ความกังวาน เสียงที่เปล่งออกมา มันมีพลังมาก ยิ่งนักร้องบางท่านที่แบบเสียงสวยมาก แก้วเสียงกังวาน

บางทีฟังไปแล้วขนลุกซู่ เหมือนดนตรีเข้าซึมไปจนร่างกายเรามีอารมณ์ไปด้วย เคยหนหนึ่ง น้ำตาไหลออกมาเลย ทั้งๆที่ก็ฟังไม่ออกนะว่ามันแปลว่าอะไร แต่เรื่องมันเศร้ามาก เศร้าจนน้ำตามันไหลออกมา 55555

ยิ่งเมืองที่เก๋เรียนคือเมืองเดรสเดน เป็นเมืองมีโรงโอเปร่าที่ดังมากในระดับยุโรปแห่งหนึ่ง บางช่วง วงดังๆมากันเยอะ สุดยอดมากค่ะ 

 

ถ้าเรียนเกอเธ่ที่เมืองไทย ใช้ห้องสมุดให้คุ้มค่ะ แล้วเกอเธ่ที่เมืองไทยจะมีกิจกรรมน่ารักๆเยอะนะคะ เช่น กิจกรรมพบนักเขียนของเยอรมนี เทศกาลภาพยนต์ของเยอรมนี การฟังดนตรีสดหรือการขับร้องจากชาวเยอรมัน ซึ่งจัดเป็นประจำที่เกอเธ่ที่กรุงเทพ ฟรีด้วย หุหุ

แต่ถ้าเรียนที่เกอเธ่ที่เยอรมนีใช้ชีวิต ให้คุ้ม คือไปร่วมกิจกรรมของเขาทุกอย่างกับคนเยอรมันอย่ามัวแต่หมกตัวในห้องสมุด

หลักการเรียนคือเต็มที่ในห้องเรียน เต็มที่กับชีวิตนอกห้องเรียนค่ะ "Learn Hard play smart" ค่ะ

จะบอกว่า ช่วงเรียนภาษาเนี่ยแหละ เป็นช่วงที่มีความสุขที่สุดแล้ว และเราจะได้เพื่อนที่สนิทสนม พอเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ยังช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไปทานข้าว ไปเที่ยว อีกอย่างพอเข้ามหาวิทยาลัยชีวิตจะเป็นอีกอย่าง เพราะมันจะเครียดจะยาก จะท้อแท้ แต่ไม่สามารถท้อถอยได้เลยค่ะ

 

เรียกว่า เรียนภาษาเยอรมนีกับเกอเธ่เนี่ยดีมากเลยค่ะ แต่ค่าเล่าเรียนจะอยู่ในระดับ ที่สูงกว่าสถาบันสอนภาษาเยอรมันอื่นๆอย่างชัดเจนใครไปทุนตัวเอง จะไปเรียนภาษาเยอรมันที่ประเทศเยอรมนี และไม่ได้มีฐานะดีมาก ต้องชั่งใจเยอะๆ เพราะวีซ่านักเรียนภาษาไม่สามารถหางานพิเศษทำได้ค่ะ

 

เก๋แนะนำว่า ให้ไปเรียนภาษากับคอร์สสอนภาษาในมหาวิทยาลัย ซึ่งค่าเล่าเรียนจะต่ำกว่าค่ะ แต่ว่าต้องมีความรู้ทางภาษาเยอรมันมาบ้างแล้วค่ะ

 

แต่ถ้าเป็นที่เมืองไทย เก็บตังค์ไปเรียนที่เกอเธ่เลยค่ะ เพราะเรียนจบใบประกาศนียบัตร สามารถใช้สมัครเรียน สมัครทุนได้เลย แล้วก็ราคาก็ไม่ได้แพงมากค่ะ

 

บางคอร์สถ้าคนสมัครน้อย เขาก็ไม่เปิดคอร์ส ก็ต้องรอ ถ้าบางคนวางแผนการเรียนแบบเป๊ะเกินไป เพื่อเรียนให้ได้ระดับตามที่มหาวิทยาลัยในเยอรมนีต้องการ ก็จะไม่เป็นไปตามแผน ก็จะเสียโอกาสค่ะ อาจจะต้องไปเรียนที่อื่นก่อน แล้วมาสอบวัดระดับชั้น เพื่อpass ชั้นไประดับสูงๆเลย หรือไม่ก็เรียนหลักสูตรพิเศษรายบุคคลไปเลย ก็เสียตังค์เยอะอีกค่ะ

 

ดังนั้นใครที่วางแผนจะไปเรียนที่เยอรมนี ตั้งใจแน่วแน่แล้ว ก็เตรียมตัวโลดเลยค่ะ เริ่มตั้งแต่ เรียนภาษาเยอรมันก่อน ถึงไม่ได้ทุน แต่ถ้าภาษาดี ไปโน่น หางานพิเศษทำได้ง่ายค่ะ


สถานที่ติดต่อที่เมืองไทย

1. สถาบันเกอเธ่ กรุงเทพฯ
สถาบันด้านวัฒนธรรมเยอรมัน ณ กรุงเทพฯ
18/1 ซอยเกอเธ่ สาทร 1 กรุงเทพมหานคร 10120 ประเทศไทย
โทรศัพท์ 02-1088200 แฟกซ์ 02-108 8299

http://www.goethe.de/ins/th/ban/thindex.htm

2. สถาบันเกอเธ่ ในเยอรมนี

http://www.goethe.de/ins/de/ort/deindex.htm

 

อยากไปเรียนที่เมืองไหนก็กดตามรูปเมืองเลยค่ะ รายละเอียดจะอยู่ใน link นั้นๆเป็นไอเดียเล็กๆน้อยๆก่อนค่ะ เดี๋ยว blog หน้าจะมีแชร์การเรียนภาษาเยอรมันในสถาบันฯอื่นๆในเยอรมนีค่ะ หาข้อมูลมาไว้เยอะแล้วเหมือนกันค่ะ

สู้ๆๆค่ะ


~*~*~*~ *~*~*~*~ *~*~*~ *~*~*~*~ *~*~*~ *~*~*~*~ *~

ปล.บทความนี้เก๋เคยเขียนไว้ที่  เรียมเจ้าขา blog ของ Bloggang พันทิบ ก่อนจะยกเอาทั้งหมดมารวมกันที่นี่ค่ะ

 

Visitors: 32,209